ms- Why? ms- เริ่มปัญหา ของไวท์นะคะ
เรื่องย่อโดยประมาณก็คือ
- ตรองเอาของไปให้น้องเมย์เพื่อขอบคุณที่น้องเมย์แบ่งน้ำยาขัดสร้อยมาให้แล้วไวทยาดันมาเห็นซะอย่างนั้น
- แล้วเพราะยืนอยู่ไกลลิบพอสมควรเลยได้ยินกระท่อนกระแท่น แต่ไวท์ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจฟันธงไปพอสมควรเลยว่าตรองต้องนอกใจรัมแน่ๆ เลยวุ่นวายอยู่คนเดียว
- ซักพักจนตรีถามก็เลยยอมเล่าเรื่องให้ตรีฟังบ้าง
- ตรีพอรู้เรื่องก็ยังเชื่อครึ่งๆ เธอก็เลยไปถามตรองให้รู้ชัดไปเลยว่าตกลงยังไงแน่ ตรองก็สงสัยว่าตรีรู้มาจากใครเลยซัก แต่ก็พอเดาได้ว่าน่าจะรู้มาจากไวทยา
- ตรองเลยไปคุยกับไวท์จนมีปากเสียงกันใน ms- เริ่มปัญหาค่ะ
หลังจากช่วงนั้นก็ผ่านมาระยะนึงพอสมควรแล้วที่ไวท์กะตรองทะเลาะกันค่ะ
MS :: สารภาพ (อีกครั้ง)
ผู้ร่วมเหตุการณ์ :: ราตริมณิ/ รดา/ ไวทยา
ผู้ถูกกล่าวถึง :: ไวทยา/ อารุจ
13 February
พักเที่ยง...
"วันนี้แม่กับยุไม่อยู่บ้านมานอนบ้านเราไหม?" เพราะประโยคประโยคนั้น.... รดาตาวาวพยักหน้าหงึกหงัก บอกว่าจะถามที่บ้านก่อนจะวิ่งไปโทรศัพท์แล้วเดินมาพยักหน้าให้คำตอบอย่างเริงร่า ... น่ารักแฮะ ราตริมณิเห็นแล้วอดเอิ้อมมือไปลูบหัวอีกฝ่ายไม่ได้ 23.15 น. บนเตียงขนาดสามคูณหกมีเด็กสาวสองคนนอนกลิ้งแออัดเบียดๆ กันอยู่ แม้เตียงจะคับแคบแต่ด้วยอุณภูมิห้องที่เย็นเจี๊ยบจากแอร์ที่ปรับกันจนเย็นจัดเป็นการวัดใจและติ๊ต่างว่ากำลังเอาชีวิตรอดท่ามกลางหิมะที่ตกหนักอากาศอันหนาวเหน็บทำให้พวกเธอรู้สึกรักใคร่อยากนอนอัดๆ กันขึ้นมาทันที "ตรีจะหลับไม่ได้นะ" รดาเขย่าเพื่อนสาวที่ตาเริ่มหรี่ปรือเต็มที อา... มือของตรีเย็นจัดไปหมดแล้ว "ถ้าหลับตอนนี้จะตายนะตรี อย่าหลับนะ!!!"
เอ่อ... เร บางทีก็สมบทบาทไปนะ
ราตริมณิที่โดนเขย่าจนหัวสั่นหัวคลอนชักรู้สึกว่าตัวเองคงพลาดแล้วที่เสนอไอเดียตากแอร์เย็นจัดให้รู้สึกประหนึ่บกำลังติดอยู่ท่ามกลางหิมะและหนังสือสอบจะได้รู้สึกคึกคักและหลับไม่ได้
ลืมไปซะสนิทว่าตัวเองเกลียดอากาศหนาวจากแอร์ยังกะอะไร แล้วนี่เย็นเจี๊ยบจับขั้วหัวใจชนิดที่ว่าเอาเพนกวิ้นมาเลี้ยงในห้องได้เลย.... ตาจะปิดอยู่แล้ว ติ้ด! มือเล็กๆ ของเพื่อนร่วมห้องเอื้อมไปจับรีโมตแอร์แล้วกดปิดเพื่อรักษาชีวิตอีกคนที่นอนกองแบ็บอยู่ในผ้าห่มเอาไว้ คนที่ทันทีที่แอร์ปิดก็เผ่นพรวดออกไปนอกห้องนอนก่อนจะกลับมาพร้อมกับ 'มาม่วง' สัตว์เลี้ยงประจำบ้าน
"อ้ะ" หล่อนอุทานเบาๆ ทันทีที่แมวหนุ่มสบตากับสาวน้อยโมเอ๊ที่นอนอยู่บนเตียง มันก็กัดเจ้าของก่อนจะเดินเยื้องย่างไปหา 'เหยื่อ' ที่ดูจะเมตตาปราณีมันมากกว่าเจ้าของหลายเท่า
... กตัญญูจริงๆ เลยนะเจ้าแมวหน้าม่อนี่ ใจเธออยากจะไปยันมันซักโครม แต่เปลี่ยนใจ .. อดข้าวเช้าแทนละกันนะ หึ
"มาม่วงมันชอบสาวน่ารัก อยากพาไปให้เห็นแมงลักจัง อยากรู้มันจะเข้าไปอ้อนไหม"
"คิก ตรีก็ลองชวนคนที่ชมรมมาที่บ้านดูสิจ๊ะ"
"อืม น่าสนอยู่นะ" หล่อนเดินดุ่ยๆ มามุดผ้าห่มด้วยเพราะไอเย็นที่ตกค้างอยู่มันยะเยือกทรมานคนใส่เสื้อกล้ามกางเกงขาสั้นอย่างเธอเหลือเกิน
ชวนคนที่ชมรมการ์ตูนมาที่บ้านเหรอ.. จะว่าไปเธอก็มีเพื่อนมาเที่ยวบ้านนับคนได้ มาค้างนี่ยิ่งน้อย ถ้าไม่นบเรก็มีเเค่ รัม .. ล่ะมั้ง
พอนึกถึงรัมช่วงนี้ไม่รู้ทำไมเธอเธอรู้สึกเจ็บจี้ดในอก หรือเพราะช่วงนี้เรื่องมันเยอะ คนยิ่งเยอะยิ่งวุ่นวาย เรื่องรัมกับชลทิศเป็นเรื่องส่วนตัวพวกเธอก็ยังอุตส่าห์จะไปยุ่ง
เรื่องรัมกับไวทยา... เธอเองก็ไม่ได้อยากจะยุ่งแล้วนับตั้งแต่ตานั่นมันสารภาพรักกับเธอ
... ส่วนเรื่องเธอกับไวทยา ตอนนี้แทบไม่อยากจะคิดด้วยซ้ำ
แต่ช่วงนี้ไวทยาก็ทำตัวให้น่าห่วงซะเหลือเกิน ไหนจะดูซึมๆ ไม่ร่าเริงเหมือนเดิม และแทบไม่คุยกับชลทิศเลยแม้แต่นิด เหอะ.. มีเรื่องกันแหงๆ
"ตรีคิดอะไรอยู่เหรอจ๊ะ" เสียงใสเล็กๆ ดังขึ้นข้างๆ ดึงหล่อนให้หลุดออกจากความคิดของตัวเองแล้วหันไปมองรดาที่จ้องเธออยู่ ตาใสเเจ๋วคู่นั้นดูเป็นห่วงเป็นใยจนเธออดยิ้มให้ไม่ได้
"อืม... นิดหน่อยน่ะ"
รดาก้มหน้าลงนิดไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่แต่ทำสีหน้ายุ่งยากอยู่ซักพัก ก่อนจะถอนหายใจเหมือนคนตัดสินใจอะไรบางอย่างได้แล้ว
ตรีขยับรอยยิ้ม รู้สึกเหมือนกำลังมองเด็กตัวเล็กๆ ที่ดูออกง่ายเหลือเกิน... คิดจะถามสินะว่าเรื่องอะไร
"มีเรื่องอะไรไม่สบายใจก็มาปรึกษาเราได้นะจ๊ะ"
นั่นไง ..เธอหลุดหัวเราะออกมานิด ก่อนจะเอื้อมมือไปดึงแก้มทั้งสองข้างของคนตรงหน้าอย่างเอ็นดู หมันเขี้ยวชะมัด ถ้าไม่ปรึกษาเรก็จะมานั่งคิดว่าว่ายุ่งไม่เข้าเรื่องไปรึเปล่าแล้วนั่งซึมสินะ
อืม...
"เร การที่เราเป็นห่วงใครบางคนมากๆ ยิ่งเวลาเค้ารู้สึกแย่เราก็จะรู้สึกร้อนรนอยากจะทำให้เค้ารู้สึกดีขึ้นมันเป็นเรื่องปรกติไหมนะ"
"ขึ้นอยู่กับว่าเป็นคนที่เราให้ความสำคัญมากแค่ไหนล่ะนะ ยิ่งสำคัญมากเราก็ยิ่งร้อนรนมาก"
ยิ่งสำคัญมาก.. ก็ยิ่งร้อนรนมากงั้นเหรอ พอคิดว่าตัวเองก็ร้อนรนใช่ย่อยอยู่เธอก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะคิดได้อีกว่าตานั่นร้อนรนเรื่องรัมมากยิ่งกว่าอะไร ก็เผลอถอนหายใจแบบหมดอะไรตายอยากออกมาโดยไม่รู้ตัว
"แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกจ้ะ" เรรีบพูดต่อเพราะคนตรงหน้าเริ่มดูย่ำแย่อย่างเห็นได้ชัด.. ทั้งๆ ที่ปรกติเป็นคนดูออกยากขนาดนั้นแท้ๆ
"ถ้าคิดว่าไม่ว่ายังไงก็อยากทำให้คนๆ นั้นยิ้มได้ต่อให้ต้องทำอะไรก็ตามล่ะ"
"งั้นคนๆนั้นก็ต้องเป็นคนที่สำคัญมากๆสำหรับตรีเลยใช่มั้ยจ๊ะ?"
"...."
"หรืออาจจะเป็นคนที่สำคัญที่สุดเลยก็ได้นะ"
สำคัญที่สุดงั้นเหรอ..... มันใช่ความรู้สึกชอบรึเปล่านะ
"แล้วก็อาจจะเป็น...ความรักก็ได้นะ" เรพูดออกมาทั้งๆ ที่ตัวเองก็หน้าแดงระเรื่อ ซึ่งอาการแบบนั้นมันดูน่ารักอยู่หรอก แต่เนื้อหาที่พึ่งพูดออกมานั่นมัน..
เ่อ รักเลยเรอะ
...
อืม..มันก็น่าจะเป็นไปได้ล่ะมั้ง กรณีไวทยากับรัมล่ะก็นะ คิดแล้วมือหนึ่งก็ต้องกดที่หน้าอกไว้ .. รู้สึกเจ็บขึ้นมาอีกแล้ว เกลียดความรู้สึกแบบนี้จริงๆ เพราะยังงี้ไงเธอถึงไม่อยากคิดเรื่องสองคนนั้น
อุ่... อาจจะใช่ แต่ถ้าคิดแบบนอร์มอลก็คงเพราะตานั่นคิดว่าตัวเองคบกับเราอยู่แล้วตัวเองดันชอบรัมเลยต้องมานั่งซึมเศร้าเพราะเลือกไม่ได้รึเปล่านะ
ราตริมณิ ถึงเวลาทำให้ทุกอย่างมันเคลียร์แล้วสินะ... เหมือนพอคิดอะไรได้หัวก็โล่ง หล่อนเดินแถ่ดๆ ไปที่โน้ตบุ๊คก่อนจะค้นอะไรซักอย่าง
อ้าว.. วันนี้มัน.... "วาเลนไทน์เรจะให้อะไรอารุจเหรอ?"
"อ... เอ๋???" รดาที่กำลังลูบหัวแมวเพลินๆ ถึงกับสะดุ้งเฮือกกับคำถามที่อยู่ๆ ก็ทะลุขึ้นมากลางปล้องของอีกฝ่าย
"ก็.. คงให้ช็อกโกเเลตแหละจ้ะ"
ราตริมณิพยักหน้าเห็นด้วยรู้สึกยินดีกับอารุจอยู่ลึกๆ ก่อนจะชะงักกึกกับประโยคถัดมา
"เดี๋ยวเราให้ตรีกับทุกๆ คนด้วยนะ"
โถอารุจ.. นายนี่น่าสงสารจริงๆ "ลองให้ส่วนของอารุจใหญ่เป็นสองเท่าของคนอื่นดูสิ หมอนั่นกินจุมากนะ" (ยุยงให้ดูเป็น 'พิเศษ' )
"จริงเหรอจ๊ะ? งั้นเดี๋ยวเราเอามาเผื่ออารุจเยอะๆละกัน ขอบใจนะจ๊ะ สมแล้วที่ตรีเป็นเพื่อนรหัสกับอารุจ"
"หมอนั่นต้องดีใจมากๆ แน่"
คิดแล้วหล่อนก็เริ่มนอนกลิ้งเกลือก อากาศในห้องก็เริ่มอบอุ่นบ้างเเล้ว ราตริมณิยื่นมือไปหยิบการ์ตูนวายที่ไม่ได้แตะมาซักพักเพราะอยู่ในช่วงอ่านหนังสือสอบติดพัน เนื้อเรื่องที่เคยผ่านตาเกี่ยวกับความรักของนายเอกที่กว่าจะรู้ใจตัวเองก็สายไปเพราะพระเอกป่วยตายแล้วทำให้เธอเสียน้ำตาไปหลายปี๊บ
หลังจากนั้นก็คิดมาตลอดว่าถ้ารู้สึกยังไงก็จะบอกไปยังงั้น
ถ้าชอบก็จะบอกว่าชอบ ... บางทีเธออาจจะรู้ตัวมาตลอดเลยก็ได้ ก็ร่างกายมันจะเจ็บ 'ตรงกลางอก' ทุกครั้งที่นึกถึงนี่นะ
"เรเล่นกีต้าร์เป็นรึเปล่า" รดากระพริบตาปริบๆ กับคำถามที่จู่ๆ ก็โพล่งขึ้นมาอีกแล้วของคนข้างๆ เธอพยักหน้าหงึกๆ ตอบ
"เป็นจ้า ทำไมรึจ๊ะ?"
ทันทีที่ได้ยินคำตอบ ราตริมณิมองนาฬิกาก่อนจะวิ่งแถ่ดๆ ไปที่ห้องน้องชายก่อนจะกลับออกมาพร้อมกับหูกระต่าย กีต้ากับสมุดเพลง นั่งเปิดอยู่ซักพักเธอก็ยื่นทั้งกีต้าร์แล้วก็สมุดเพลงมาให้คนตัวเล็กที่ยังนั่งทำตาปริบๆ อยู่
"เล่นเพลงนี้ให้ทีนะ" พูดจบหล่อนก็สวมหูกระต่ายที่หัวของคนตัวเล็กข้างหน้า ...น่ารักจริงๆ ยิ้มอย่างเอ็นดู จ้องซักแป๊บจนพอใจเจ้าหล่อนก็เดินพรวดๆ ไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ หารายชื่อในโปรแกรม skyp
[23:58:00] Treemany: คอมพิวเตอร์นายเปิดกล้องได้รึเปล่า? [23:58:08] WITAYA: อืม
[23:59:00] Treemany: อื้ม ว่าแล้วราตริมณิก็กดเปิดกล้อง แต่เอื้อมมือไปปิดลำโพง... ตอนนี้เธออยากบอก แต่เธอไม่อยากฟังอะไรจากอีกฝ่ายทั้งนั้น
"นี่คือความรู้สึกทั้งหมดของฉัน.... ช่วยฟังหน่อยนะ"
(เพลงที่ตรีร้องฮ่ะ)
"อย่าห่วงไม่มีพันธะอย่างอื่น ไม่ต้องการขอทวงคืน หรือให้เธอตอบกลับสักคำ อยากบอก...ก็แค่ใจนึก อยากบอก.. บอกสักคำที่ตรงใจ ถึงยังไงก็เป็นแค่คำ ไม่มีอะไรต้องเป็นกังวล วุ่นวาย ก็แค่คำว่ารักอีกเพียงหนึ่งคำ ที่ลอยเข้าหู อยากจะทำอะไรตามใจฉันหน่อยเท่านั้น แค่ต้องการทำตามใจบอกสักครั้ง เธอแค่รับฟัง ฟังแล้วเธอก็ลืมก็ปล่อยให้ลมพัดไป อยากจะทำอะไรตามใจฉันหน่อยแค่นั้น แค่ต้องการทำตามใจสั่งสักครั้ง เธอไม่ต้องตอบ ฉันเข้าใจมันดีว่าเรา สุดท้ายก็คือเพื่อนกัน เป็นปีที่เธอคงเข้าใจกัน สิ่งที่เป็นฉันมานานหัวใจตรงกับปากทุกที เป็นคนเก็บอะไรไม่เก่งกาจ อาจจะไปรบกวนใจหรือมันตรงเกินไปโทษที...
"ฉัน....ชอบนาย"
สีม่วง - ตรี
สีส้ม - เร
สีแดง - ไวทยา นะคะ ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
แถมรูปฮ่ะ (จากฟิกเก่าๆ ที่ดองไว้ค่ะ ตอนวาเลนไทน์ปีที่แล้วกะ หอม ของไวทยา ^ ^)
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
สรุปนะคะ
- ตรีชวนเรมาค้างที่บ้าน
- เปิดแอร์กันเย็นเท่าที่แอร์จะเย็นได้แล้วเล่นเป็นผู้ประสบภัยกลางหิมะ (เพิ่มอารมณ์ในการอ่านหนังสือสอบให้คึกคัก)
- เล่นไปอ่านหนังสือไปจนดึกก็เริ่มนอนกลิ้งแล้วคุยกัน
- ตรีก็คุยเรื่องที่ช่วงนี้ไม่สบายใจกับเรดู
- ก็ถามไปว่าถ้าห่วงใครมากๆ น่ะปรกติไหม
- เรก็ตอบว่าคงเป็นคนสำคัญมาก
- ตรีถามอีกว่า แล้วถ้าไม่ว่าจะต้องทำยังไงก็อยากให้อีกฝ่ายยิ้มได้ล่ะ
- เรตอบว่าคนนั้นก็คงสำคัญสำหรับตรีมากๆ และอาจจะเป็นความรักก็ได้
- ตรีก็คิดไปเรื่อยๆ (ตามประสาพวกพูดน้อยชอบคิดเยอะ)
- คิดได้ว่าช่วงนี้เธอไม่ค่อยอยากคุยกับรัม แต่ก็ยังห่วงรัมนะ
- ไม่ค่อยคุยกับไวท์เพราะจะรู้สึกปวดหนึบตรงอกที่เห็นไวท์ซึมๆ เพราะเรื่องรัม
- มาเข้าใจทีหลังว่าความรู้สึกนั้นคืออะไร
- เปิดกล้องคุยกับไวท์ (โดยเจ้าตัวก็ปิดลำโพงไม่ยอมฟังเสียงจากอีกฝ่าย)
- ร้องเพลง แล้วก็สารภาพรัก
- จบฮ่ะ
อนึ่ง... กลับมาเขียนทีหลังจากไม่ได้เขียนมานานภาษาก็เน่ามาก ขอโทษด้วยนะคะ