your code here

[MS] สารภาพ (อีกครั้ง)

posted on 16 Feb 2012 21:14 by crystalcross

     อนึ่งเอนทรีนี้ต่อเนื่องจาก 

ms-initiate ของตรอง
ms-cause ของไวท์
ms- Why? 
ms- เริ่มปัญหา ของไวท์นะคะ


เรื่องย่อโดยประมาณก็คือ

- ตรองเอาของไปให้น้องเมย์เพื่อขอบคุณที่น้องเมย์แบ่งน้ำยาขัดสร้อยมาให้แล้วไวทยาดันมาเห็นซะอย่างนั้น

- แล้วเพราะยืนอยู่ไกลลิบพอสมควรเลยได้ยินกระท่อนกระแท่น แต่ไวท์ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจฟันธงไปพอสมควรเลยว่าตรองต้องนอกใจรัมแน่ๆ เลยวุ่นวายอยู่คนเดียว

- ซักพักจนตรีถามก็เลยยอมเล่าเรื่องให้ตรีฟังบ้าง 

- ตรีพอรู้เรื่องก็ยังเชื่อครึ่งๆ เธอก็เลยไปถามตรองให้รู้ชัดไปเลยว่าตกลงยังไงแน่ ตรองก็สงสัยว่าตรีรู้มาจากใครเลยซัก แต่ก็พอเดาได้ว่าน่าจะรู้มาจากไวทยา 

- ตรองเลยไปคุยกับไวท์จนมีปากเสียงกันใน ms- เริ่มปัญหาค่ะ 


หลังจากช่วงนั้นก็ผ่านมาระยะนึงพอสมควรแล้วที่ไวท์กะตรองทะเลาะกันค่ะ


MS :: สารภาพ (อีกครั้ง)
 
ผู้ร่วมเหตุการณ์ :: ราตริมณิ/ รดา/ ไวทยา
 
ผู้ถูกกล่าวถึง :: ไวทยา/ อารุจ



13 February 


 พักเที่ยง...

 
 
     "วันนี้แม่กับยุไม่อยู่บ้านมานอนบ้านเราไหม?"

      เพราะประโยคประโยคนั้น.... รดาตาวาวพยักหน้าหงึกหงัก บอกว่าจะถามที่บ้านก่อนจะวิ่งไปโทรศัพท์แล้วเดินมาพยักหน้าให้คำตอบอย่างเริงร่า

     ... น่ารักแฮะ  ราตริมณิเห็นแล้วอดเอิ้อมมือไปลูบหัวอีกฝ่ายไม่ได้  




23.15 น.


     บนเตียงขนาดสามคูณหกมีเด็กสาวสองคนนอนกลิ้งแออัดเบียดๆ กันอยู่ แม้เตียงจะคับแคบแต่ด้วยอุณภูมิห้องที่เย็นเจี๊ยบจากแอร์ที่ปรับกันจนเย็นจัดเป็นการวัดใจและติ๊ต่างว่ากำลังเอาชีวิตรอดท่ามกลางหิมะที่ตกหนักอากาศอันหนาวเหน็บทำให้พวกเธอรู้สึกรักใคร่อยากนอนอัดๆ กันขึ้นมาทันที  

    "ตรีจะหลับไม่ได้นะ"รดาเขย่าเพื่อนสาวที่ตาเริ่มหรี่ปรือเต็มที อา... มือของตรีเย็นจัดไปหมดแล้ว "ถ้าหลับตอนนี้จะตายนะตรี อย่าหลับนะ!!!"
 
     เอ่อ... เร บางทีก็สมบทบาทไปนะ
 
     ราตริมณิที่โดนเขย่าจนหัวสั่นหัวคลอนชักรู้สึกว่าตัวเองคงพลาดแล้วที่เสนอไอเดียตากแอร์เย็นจัดให้รู้สึกประหนึ่บกำลังติดอยู่ท่ามกลางหิมะและหนังสือสอบจะได้รู้สึกคึกคักและหลับไม่ได้ 
 
    ลืมไปซะสนิทว่าตัวเองเกลียดอากาศหนาวจากแอร์ยังกะอะไร แล้วนี่เย็นเจี๊ยบจับขั้วหัวใจชนิดที่ว่าเอาเพนกวิ้นมาเลี้ยงในห้องได้เลย.... ตาจะปิดอยู่แล้ว 

    ติ้ด!
   มือเล็กๆ ของเพื่อนร่วมห้องเอื้อมไปจับรีโมตแอร์แล้วกดปิดเพื่อรักษาชีวิตอีกคนที่นอนกองแบ็บอยู่ในผ้าห่มเอาไว้ คนที่ทันทีที่แอร์ปิดก็เผ่นพรวดออกไปนอกห้องนอนก่อนจะกลับมาพร้อมกับ 'มาม่วง' สัตว์เลี้ยงประจำบ้าน 
 
   "อ้ะ" หล่อนอุทานเบาๆ ทันทีที่แมวหนุ่มสบตากับสาวน้อยโมเอ๊ที่นอนอยู่บนเตียง มันก็กัดเจ้าของก่อนจะเดินเยื้องย่างไปหา 'เหยื่อ' ที่ดูจะเมตตาปราณีมันมากกว่าเจ้าของหลายเท่า 

  ... กตัญญูจริงๆ เลยนะเจ้าแมวหน้าม่อนี่  ใจเธออยากจะไปยันมันซักโครม แต่เปลี่ยนใจ .. อดข้าวเช้าแทนละกันนะ หึ 
 
   "มาม่วงมันชอบสาวน่ารัก อยากพาไปให้เห็นแมงลักจัง อยากรู้มันจะเข้าไปอ้อนไหม"
 
   "คิก ตรีก็ลองชวนคนที่ชมรมมาที่บ้านดูสิจ๊ะ"
 
   "อืม น่าสนอยู่นะ" หล่อนเดินดุ่ยๆ มามุดผ้าห่มด้วยเพราะไอเย็นที่ตกค้างอยู่มันยะเยือกทรมานคนใส่เสื้อกล้ามกางเกงขาสั้นอย่างเธอเหลือเกิน 
 
   ชวนคนที่ชมรมการ์ตูนมาที่บ้านเหรอ.. จะว่าไปเธอก็มีเพื่อนมาเที่ยวบ้านนับคนได้ มาค้างนี่ยิ่งน้อย ถ้าไม่นบเรก็มีเเค่ รัม .. ล่ะมั้ง 
 
   พอนึกถึงรัมช่วงนี้ไม่รู้ทำไมเธอเธอรู้สึกเจ็บจี้ดในอก หรือเพราะช่วงนี้เรื่องมันเยอะ คนยิ่งเยอะยิ่งวุ่นวาย เรื่องรัมกับชลทิศเป็นเรื่องส่วนตัวพวกเธอก็ยังอุตส่าห์จะไปยุ่ง 
 
   เรื่องรัมกับไวทยา... เธอเองก็ไม่ได้อยากจะยุ่งแล้วนับตั้งแต่ตานั่นมันสารภาพรักกับเธอ
 
   ... ส่วนเรื่องเธอกับไวทยา ตอนนี้แทบไม่อยากจะคิดด้วยซ้ำ
 
   แต่ช่วงนี้ไวทยาก็ทำตัวให้น่าห่วงซะเหลือเกิน ไหนจะดูซึมๆ ไม่ร่าเริงเหมือนเดิม และแทบไม่คุยกับชลทิศเลยแม้แต่นิด เหอะ.. มีเรื่องกันแหงๆ 

    "ตรีคิดอะไรอยู่เหรอจ๊ะ"เสียงใสเล็กๆ ดังขึ้นข้างๆ ดึงหล่อนให้หลุดออกจากความคิดของตัวเองแล้วหันไปมองรดาที่จ้องเธออยู่ ตาใสเเจ๋วคู่นั้นดูเป็นห่วงเป็นใยจนเธออดยิ้มให้ไม่ได้
 
    "อืม... นิดหน่อยน่ะ"
 
     รดาก้มหน้าลงนิดไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่แต่ทำสีหน้ายุ่งยากอยู่ซักพัก ก่อนจะถอนหายใจเหมือนคนตัดสินใจอะไรบางอย่างได้แล้ว 
 
     ตรีขยับรอยยิ้ม รู้สึกเหมือนกำลังมองเด็กตัวเล็กๆ ที่ดูออกง่ายเหลือเกิน... คิดจะถามสินะว่าเรื่องอะไร
 
    "มีเรื่องอะไรไม่สบายใจก็มาปรึกษาเราได้นะจ๊ะ"
 
     นั่นไง ..เธอหลุดหัวเราะออกมานิด ก่อนจะเอื้อมมือไปดึงแก้มทั้งสองข้างของคนตรงหน้าอย่างเอ็นดู หมันเขี้ยวชะมัด ถ้าไม่ปรึกษาเรก็จะมานั่งคิดว่าว่ายุ่งไม่เข้าเรื่องไปรึเปล่าแล้วนั่งซึมสินะ 
 
     อืม... 
 
     "เร การที่เราเป็นห่วงใครบางคนมากๆ ยิ่งเวลาเค้ารู้สึกแย่เราก็จะรู้สึกร้อนรนอยากจะทำให้เค้ารู้สึกดีขึ้นมันเป็นเรื่องปรกติไหมนะ"
 
     "ขึ้นอยู่กับว่าเป็นคนที่เราให้ความสำคัญมากแค่ไหนล่ะนะ ยิ่งสำคัญมากเราก็ยิ่งร้อนรนมาก"
 
     ยิ่งสำคัญมาก.. ก็ยิ่งร้อนรนมากงั้นเหรอ พอคิดว่าตัวเองก็ร้อนรนใช่ย่อยอยู่เธอก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะคิดได้อีกว่าตานั่นร้อนรนเรื่องรัมมากยิ่งกว่าอะไร ก็เผลอถอนหายใจแบบหมดอะไรตายอยากออกมาโดยไม่รู้ตัว
 
     "แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกจ้ะ" เรรีบพูดต่อเพราะคนตรงหน้าเริ่มดูย่ำแย่อย่างเห็นได้ชัด.. ทั้งๆ ที่ปรกติเป็นคนดูออกยากขนาดนั้นแท้ๆ 
 
     "ถ้าคิดว่าไม่ว่ายังไงก็อยากทำให้คนๆ นั้นยิ้มได้ต่อให้ต้องทำอะไรก็ตามล่ะ"
 
     "งั้นคนๆนั้นก็ต้องเป็นคนที่สำคัญมากๆสำหรับตรีเลยใช่มั้ยจ๊ะ?"
 
     "...."
 
     "หรืออาจจะเป็นคนที่สำคัญที่สุดเลยก็ได้นะ"
 
      สำคัญที่สุดงั้นเหรอ..... มันใช่ความรู้สึกชอบรึเปล่านะ  
 
      "แล้วก็อาจจะเป็น...ความรักก็ได้นะ"เรพูดออกมาทั้งๆ ที่ตัวเองก็หน้าแดงระเรื่อ ซึ่งอาการแบบนั้นมันดูน่ารักอยู่หรอก แต่เนื้อหาที่พึ่งพูดออกมานั่นมัน.. 
 
      เ่อ  รักเลยเรอะ   ...
 
 
      อืม..มันก็น่าจะเป็นไปได้ล่ะมั้ง กรณีไวทยากับรัมล่ะก็นะ คิดแล้วมือหนึ่งก็ต้องกดที่หน้าอกไว้ .. รู้สึกเจ็บขึ้นมาอีกแล้ว เกลียดความรู้สึกแบบนี้จริงๆ เพราะยังงี้ไงเธอถึงไม่อยากคิดเรื่องสองคนนั้น 
 
     เฮ้อ... จริงๆ เธอก็คิดมากไป บางทีที่ช่วงนี้ไวทยาซึมเศร้าดูน่าเป็นห่วงขนาดนั้นอาจจะเพราะทะเลาะกับชลทิศแล้วด้วยความซึนส่วนตัวของเคะน้อยเลยทำให้ไม่รู้ตัวว่านั่นแหละคือคนที่ชอบแล้วก็ฟอร์มจัดไม่ยอมขอคืนดีต่างหากล่ะ...      
 
     อุ่... อาจจะใช่ แต่ถ้าคิดแบบนอร์มอลก็คงเพราะตานั่นคิดว่าตัวเองคบกับเราอยู่แล้วตัวเองดันชอบรัมเลยต้องมานั่งซึมเศร้าเพราะเลือกไม่ได้รึเปล่านะ 
 
    ราตริมณิ ถึงเวลาทำให้ทุกอย่างมันเคลียร์แล้วสินะ... เหมือนพอคิดอะไรได้หัวก็โล่ง หล่อนเดินแถ่ดๆ ไปที่โน้ตบุ๊คก่อนจะค้นอะไรซักอย่าง
 
    อ้าว.. วันนี้มัน.... 

   "วาเลนไทน์เรจะให้อะไรอารุจเหรอ?"
 
   "อ... เอ๋???"รดาที่กำลังลูบหัวแมวเพลินๆ ถึงกับสะดุ้งเฮือกกับคำถามที่อยู่ๆ ก็ทะลุขึ้นมากลางปล้องของอีกฝ่าย
 
   "ก็.. คงให้ช็อกโกเเลตแหละจ้ะ" 
 
    ราตริมณิพยักหน้าเห็นด้วยรู้สึกยินดีกับอารุจอยู่ลึกๆ ก่อนจะชะงักกึกกับประโยคถัดมา 
 
    "เดี๋ยวเราให้ตรีกับทุกๆ คนด้วยนะ"
 
    โถอารุจ.. นายนี่น่าสงสารจริงๆ "ลองให้ส่วนของอารุจใหญ่เป็นสองเท่าของคนอื่นดูสิ หมอนั่นกินจุมากนะ"(ยุยงให้ดูเป็น 'พิเศษ' )
 
    "จริงเหรอจ๊ะ? งั้นเดี๋ยวเราเอามาเผื่ออารุจเยอะๆละกัน ขอบใจนะจ๊ะ สมแล้วที่ตรีเป็นเพื่อนรหัสกับอารุจ"
 
    "หมอนั่นต้องดีใจมากๆ แน่"
 
     คิดแล้วหล่อนก็เริ่มนอนกลิ้งเกลือก อากาศในห้องก็เริ่มอบอุ่นบ้างเเล้ว ราตริมณิยื่นมือไปหยิบการ์ตูนวายที่ไม่ได้แตะมาซักพักเพราะอยู่ในช่วงอ่านหนังสือสอบติดพัน เนื้อเรื่องที่เคยผ่านตาเกี่ยวกับความรักของนายเอกที่กว่าจะรู้ใจตัวเองก็สายไปเพราะพระเอกป่วยตายแล้วทำให้เธอเสียน้ำตาไปหลายปี๊บ 
 
     หลังจากนั้นก็คิดมาตลอดว่าถ้ารู้สึกยังไงก็จะบอกไปยังงั้น 
 
     ถ้าชอบก็จะบอกว่าชอบ ... บางทีเธออาจจะรู้ตัวมาตลอดเลยก็ได้ ก็ร่างกายมันจะเจ็บ 'ตรงกลางอก' ทุกครั้งที่นึกถึงนี่นะ 
 
    "เรเล่นกีต้าร์เป็นรึเปล่า" รดากระพริบตาปริบๆ กับคำถามที่จู่ๆ ก็โพล่งขึ้นมาอีกแล้วของคนข้างๆ เธอพยักหน้าหงึกๆ ตอบ
 
    "เป็นจ้า ทำไมรึจ๊ะ?"
 
    ทันทีที่ได้ยินคำตอบ ราตริมณิมองนาฬิกาก่อนจะวิ่งแถ่ดๆ ไปที่ห้องน้องชายก่อนจะกลับออกมาพร้อมกับหูกระต่าย กีต้ากับสมุดเพลง นั่งเปิดอยู่ซักพักเธอก็ยื่นทั้งกีต้าร์แล้วก็สมุดเพลงมาให้คนตัวเล็กที่ยังนั่งทำตาปริบๆ อยู่
 
    "เล่นเพลงนี้ให้ทีนะ"พูดจบหล่อนก็สวมหูกระต่ายที่หัวของคนตัวเล็กข้างหน้า ...น่ารักจริงๆ ยิ้มอย่างเอ็นดู จ้องซักแป๊บจนพอใจเจ้าหล่อนก็เดินพรวดๆ ไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ หารายชื่อในโปรแกรม skyp 
 
 
[23:58:00] Treemany: คอมพิวเตอร์นายเปิดกล้องได้รึเปล่า?
[23:58:08] WITAYA: อืม
[23:59:00] Treemany: อื้ม


     ว่าแล้วราตริมณิก็กดเปิดกล้อง แต่เอื้อมมือไปปิดลำโพง... ตอนนี้เธออยากบอก แต่เธอไม่อยากฟังอะไรจากอีกฝ่ายทั้งนั้น
 
 
    "นี่คือความรู้สึกทั้งหมดของฉัน.... ช่วยฟังหน่อยนะ"
 
 
 
      
    

    (เพลงที่ตรีร้องฮ่ะ)

     
"อย่าห่วงไม่มีพันธะอย่างอื่น
ไม่ต้องการขอทวงคืน
หรือให้เธอตอบกลับสักคำ
อยากบอก...ก็แค่ใจนึก อยากบอก.. บอกสักคำที่ตรงใจ
ถึงยังไงก็เป็นแค่คำ

ไม่มีอะไรต้องเป็นกังวล วุ่นวาย
ก็แค่คำว่ารักอีกเพียงหนึ่งคำ ที่ลอยเข้าหู

อยากจะทำอะไรตามใจฉันหน่อยเท่านั้น
แค่ต้องการทำตามใจบอกสักครั้ง
เธอแค่รับฟัง ฟังแล้วเธอก็ลืมก็ปล่อยให้ลมพัดไป

อยากจะทำอะไรตามใจฉันหน่อยแค่นั้น
แค่ต้องการทำตามใจสั่งสักครั้ง
เธอไม่ต้องตอบ ฉันเข้าใจมันดีว่าเรา
สุดท้ายก็คือเพื่อนกัน

เป็นปีที่เธอคงเข้าใจกัน
สิ่งที่เป็นฉันมานานหัวใจตรงกับปากทุกที
เป็นคนเก็บอะไรไม่เก่งกาจ
อาจจะไปรบกวนใจหรือมันตรงเกินไปโทษที...
 
 
 
   "ฉัน....ชอบนาย"
 
 
 
 
 
 
 
 
สีม่วง - ตรี 
สีส้ม - เร 
สีแดง - ไวทยา นะคะ


---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 แถมรูปฮ่ะ (จากฟิกเก่าๆ ที่ดองไว้ค่ะ ตอนวาเลนไทน์ปีที่แล้วกะ หอม ของไวทยา ^ ^)
.
.
.
.
 
 
 
 
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
 
 

 
 
 
 
 
 
 
สรุปนะคะ
 
- ตรีชวนเรมาค้างที่บ้าน
- เปิดแอร์กันเย็นเท่าที่แอร์จะเย็นได้แล้วเล่นเป็นผู้ประสบภัยกลางหิมะ (เพิ่มอารมณ์ในการอ่านหนังสือสอบให้คึกคัก)
- เล่นไปอ่านหนังสือไปจนดึกก็เริ่มนอนกลิ้งแล้วคุยกัน
- ตรีก็คุยเรื่องที่ช่วงนี้ไม่สบายใจกับเรดู
- ก็ถามไปว่าถ้าห่วงใครมากๆ น่ะปรกติไหม 
- เรก็ตอบว่าคงเป็นคนสำคัญมาก 
- ตรีถามอีกว่า แล้วถ้าไม่ว่าจะต้องทำยังไงก็อยากให้อีกฝ่ายยิ้มได้ล่ะ
- เรตอบว่าคนนั้นก็คงสำคัญสำหรับตรีมากๆ และอาจจะเป็นความรักก็ได้
- ตรีก็คิดไปเรื่อยๆ (ตามประสาพวกพูดน้อยชอบคิดเยอะ) 
- คิดได้ว่าช่วงนี้เธอไม่ค่อยอยากคุยกับรัม แต่ก็ยังห่วงรัมนะ
- ไม่ค่อยคุยกับไวท์เพราะจะรู้สึกปวดหนึบตรงอกที่เห็นไวท์ซึมๆ เพราะเรื่องรัม
- มาเข้าใจทีหลังว่าความรู้สึกนั้นคืออะไร
- เปิดกล้องคุยกับไวท์ (โดยเจ้าตัวก็ปิดลำโพงไม่ยอมฟังเสียงจากอีกฝ่าย)
- ร้องเพลง แล้วก็สารภาพรัก
- จบฮ่ะ
 
 
 
 
 
 
อนึ่ง... กลับมาเขียนทีหลังจากไม่ได้เขียนมานานภาษาก็เน่ามาก ขอโทษด้วยนะคะ 
 

[CS-MS] Why ??

posted on 28 Apr 2011 02:56 by crystalcross
 
[CS-MS]  Why ??

ผู้ร่วมเหตุการณ์  :: ชลทิศ / ราตริมณิ

หมายเหตุ :: นี่เป็นเหตุการณ์ที่ต่อจาก ms cause  ของ  บล็อกของไวทยา (แนะนำให้จิ้มอ่านก่อนค่ะ) 
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



   ชลทิศ... ตรอง นายกำลังทำตัวเป็นชาวประมงเหวี่ยงแหจับปลารึไง!!! (คำที่กล่าวว่าจับปลาสองมือเริ่มใช้ไม่ได้กับโฮสต์ระดับตัวพ่ออย่างหมอนี่)
 
  ร่างบางที่นอนกลิ้งอยู่บนเตียงนานสองนานหล่อนนอนไปก็ฮึดฮัดทั้งชกทั้งฟัดหมอนที่แปะรูป ‘เป้าหมาย’ เอาไว้ ก่อนในที่สุดบันดาลโทสะจะทำให้นึกครึ้มลุกพรวดจากเตียง ปาหมอนลงไปที่พื้นห้อง แล้วหล่้อนก็ขึ้นไปเหยียบ และกระทืบ!!!  กระทืบราวกับจะให้อีกฝ่ายจมหายไปในดิน 
 
  อาละวาดจนเหนื่อย หล่อนจึงเริ่มใช้สติ... 

  จริงๆ แล้วข้อมูลที่รู้มาก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องจริง ไวทยาอาจจะคิดมากไปเอง
 
… ไม่สิ ตานั่นไม่ได้บอกรายละเอียดด้วยซ้ำว่าไปเห็นอะไรเข้า
 
เธอเองก็ไม่อยากซักให้มากนัก เพราะท่าทีอีกฝ่ายเห็นชัดว่าซีเรียสจนไม่น่าจะมีอารมณ์อธิบายอะไร เอาแต่ทำตัวทึมเทาจนเธอรู้สึกว่าไอศครีมที่ตัวเองกินอยู่กลายเป็นยาชา ยิ่งตักเข้าปากก็ทำให้สมองเริ่มเบลอ 

…เกลียดบรรยากาศแบบนั้นชะมัด

 


เธอเกลียดการยุ่งเรื่องของคนอื่นพอสมควร โดยเฉพาะคนอื่นที่ว่าอาจจะไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือจากคนที่สาม 

จะว่าไปมันเป็นสิทธิส่วนบุคคลของโฮสต์ตัวพ่ออย่างนายนั่นแท้ๆ จะไปมีแฟนเป็นโหล มีกิ๊กดองไว้ในโอ่งมังกรซักสามสี่สิบคนก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรไปยุ่มย่ามด้วย  


แต่รัมล่ะ... รัมรู้รึยังว่าชลทิศมีคนอื่น 


ช่วงนี้เพื่อนรักเธอไ่ม่ได้ทำตัวแปลกประหลาดอะไร ดังนั้นไม่น่าจะรู้เรื่อง ไวทยาอาจจะเข้าใจผิดไปเองก็จริง .... แต่ถ้าเกิดเข้าใจถูกขึ้นมาล่ะ!!


ราตริมณิหันไปมองนาฬิกาที่บอกเวลาเกือบรุ่งสาง ก่อนจะพยายามข่มตาหลับอย่างยากเย็น


… ไวทยา ถ้านายไม่ได้บอกรายละเอียด ฉันก็จะสืบเอาเอง!






  เด็กสาวลงทุนตื่นแต่เช้าตรู่เดินผ่านเส้นทางที่คุ้นเคยมาโรงเรียนแต่เช้า (โดยที่หล่อนไม่หลงทาง) เธอกำลังยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าโรงเรียน

เพื่อ รอ... บางคน

 
ชลทิศรู้สึกว่าท้องฟ้าครึ้มๆ เบื้องบนทำให้อากาศรอบกายเขาดูเยือกเย็นไปหมด ไม่รู้ว่าเขาคิดไปเองรึเปล่าว่ามันไม่ได้เยือกเย็นแค่อากาศเท่านั้น 

เขาจำได้ว่าเห็นร่างบางคุ้นตาออกมาจากตรอกเล็กๆข้างซอยโรงเรียนตอนที่เขาปั่นจักรยานผ่าน และรู้สึกว่าวันนี้เธอดูไม่สดใส หรือเพราะเธอไม่ได้ดูส่อเค้าจินตนาการพิลึกๆยามเจอหน้าเขาตามปกติ

ตรองจอดจักรยานที่ที่จอดประจำ แล้วยืนรออีกฝ่ายอย่างใจเย็น

“อรุณสวัสดิ์ชลทิศ”ราตริมณิเอ่ยทัก ในใจเธอนึกอยากทักทายให้น้ำเสียงสดใสกว่านี้ แต่อารมณ์สงสัยและคุกรุ่นที่อัดอยู่ภายในจนแทบจะทะลักออกมาทำให้เธอไม่มีแรงแม้แต่จะฝืนยิ้มส่งไปให้อีกฝ่าย


  “พอจะมีเวลาแป๊บนึงไหม มีเรื่องจะคุยด้วยน่ะ”


”อรุณสวัสดิ์” ตรองเอ่ยทักทายตามปกติ “ที่มายืนรออยู่นี่ก็เพราะรู้ว่าตรีกำลังจะมานี่แหละ แล้ว...จะคุยเรื่องอะไรล่ะ?”

  “ไปคุยกันที่อื่นได้ไหม”เธอหันไปมองนักเรียนคนอื่นที่เริ่มทะยอยเดินเข้าประตูโรงเรียนมาเรื่อยๆ

“ก็ได้...” ตรองมองไปรอบๆสักพัก แล้วชี้นิ้วไปที่ สระน้ำใหญ่ “ไปริมสระน้ำด้านนู้นกันเถอะ”

     ราตริมณิเดินตามอีกฝ่ายมาจนถึงสระน้ำขนาดใหญ่ที่เงียบสงบและปลอดคนในยามเช้า หล่อนยังรู้สึกกระอักกระอ่วนใจที่ต้องไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของคนอื่น...

ชลทิศเป็นคนอื่น น่ะใช่... แต่ รัม สำหรับเธอรัมเป็นมากกว่าเพื่อน


“นายคิดยังไงกับรัม?”


    “หืม?” ร่างสูงเหลียวหน้ามาทางร่างบางท่าทางอึ้งเล็กน้อย ก่อนจะนิ่งไปสักครู่ “ก่อนจะตอบ อยากรู้ว่าตรีถามเพราะอะไร?” เขาค่อยๆหันมายืนประจันหน้าเธอตรงๆ

     “เพราะนายดูเป็นของทุกคน และดูไม่จริงจังกับอะไร … ”.. แต่รัมไม่ใช่ เธอกลืนคำที่เหลือลงไป เลือกที่จะพูดวกไปวนมาหยั่งเชิงอีกฝ่าย ไม่สิ เธอคิดแค่ว่าจะมาถาม แต่ลืมนึกไปว่าตัวเองก็จะถูกซักกลับเหมือนกัน 

“เหรอ...เราดูเป็นคนอยางนั้น...สินะ” ตรองกำลังคิดว่าตัวเองใกล้เคียงกับพวกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปเต็มที “กับรัม เราจริงจังนะ แต่เหมือนขาดอะไรไปบางอย่าง”

กับผู้หญิงนายรู้สึกจริงจังแต่ยังรู้สึกขาดอะไรบางอย่าง.. ชลทิศ ฉันพยายามเข้าโหมดจริงจังแล้วนะ!!
ราตริมณิพยายามตบตัวเองกลับมา

..
ราตริมณิ เรื่องซีเรียส เรื่องซีเรียส อย่าพึ่งจิ้นเชียวนะ!!

“นายก็เลยพยายามหาสิ่งที่ขาดจากคนอื่น?”

“มันหาจากคนอื่นไม่ได้หรอก” คิ้วหนามุ่นเข้าหากันน้อยๆโดยที่เจ้าตัวเองก็ไม่รู้ตัว “เอาเข้าจริงคงเป็นเรื่องที่เข้าใจยากแม้กระทั่งตัวเราเองก็ได้”

“ฉันไม่แน่ใจว่านายกับรัมอยู่ในสถานะอะไรกันแน่ ฉันอาจจะยุ่งมากไป แต่...”เด็กสาวเว้นจังหวะให้ตัวเองได้ครุ่นคิด ก่อนจะเอ่ยต่อ “นายไม่เคยนอกใจรัมใช่ไหม?”

“ไม่เคย” อีกฝ่ายตอบเสียงหนักแน่น

ราตริมณิพยักหน้ารับรู้ ่เลือกที่จะไม่เชื่อใครทั้งนั้น … ต้องรู้ให้ได้ว่าไวทยาไปรู้อะไรมา

“ตรีไปได้ยินอะไรมาจากใครหรือเปล่า?” ชลทิศกล่าวเสียงเรียบ แต่สายตานั้นจดจ้อง ค้นหาคำตอบ

เธอเพียงยืนนิ่งก่อนจะเงยหน้าสบตาอีกฝ่าย... “ใช่”

“บอกได้ไหมว่าใคร?”

“คงไม่ได้...”เธอตอบแทบจะในทันทีที่สิ้นสุดคำถามของอีกฝ่าย ชลทิศหลุบตาไปข้างๆท่าทางครุ่นคิด

“งั้นให้เราเดาไหม?” ก่อนจะเคลื่อนสายตากลับมาสบตากับอีกฝ่ายช้าๆ

ราตริมณิเพียงจ้องอีกฝ่ายนิ่งๆ และไม่พูดอะไร … เธอโกหกไม่เป็น และไม่เคยคิดจะทำ

“ไวท์ ใช่ไหม?”

“แล้ว ถ้า ฉันบอกว่าไม่ใช่ล่ะ...”เธอสบตาเขานิ่ง เธอไม่ได้โกหก.. ถ้าบอกว่าไม่ใช่ แต่เธอยังไม่ไ้ด้บอกว่าไม่ใช่จริงๆ 

“เราก็จะเชื่อตามนั้น”

“งั้นก็แล้วแต่นายจะเชื่อ... เพราะนั่นไม่ใช่เรื่องที่นายควรจะรู้”หล่อนขยับรอยยิ้มบางๆ เพียงเพื่อผ่อนคลายบรรยากาศที่เริ่มจะมาคุมากขึ้นและเพื่อคลายความอึดอัดใจของตัวเองให้เบาบางลงบ้าง

“ขอบคุณที่ตอบตามความจริง...”

“ขอบใจตรีที่ไม่โกหกเหมือนกัน” รอยยิ้มบางๆระบายอยู่บนใบหน้าคม แต่ในขณะเดียวกันความคิดในหัวก็วิ่งไปสู่ฉากถัดไปแล้ว...

 
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

สรุป


- จากเหตุการณ์คราวที่แล้วบล็อกของ ไวทยา

- ไวทยาได้บอกเรื่องตรอง(น่าจะ)ไปมีคนอื่น (เรียกง่ายๆ ว่านอกใจรัม)ให้ตรีรู้

- ตรีกลับไปคิดมากจนนอนไม่หลับ

-เธอเอารูปตรองที่ตัวเองมีอยู่มาแปะหมอนแล้วทั้งชกทั้งกระทืบจนความโกรธความไร้เหตุผลที่มีหายไปบ้าง

- วันต่อมาตรีมาดักรอตรองเพื่อถามว่าจริงๆ แล้วตรองคิดยังไงกับรัมกันแน่

- ตรองตอบแบบคลุมเครือพอสมควร แต่ก็จับใจความได้ว่าตรองไม่ได้นอกใจ

- ตรองถามกลับว่าตรีได้ยินมาจากคนใครรึเปล่า

- ตรียอมรับว่าได้ยินมา แต่ก็ไม่บอกว่าเธอได้ยินมาจากใคร

- แต่ถึงอย่างนั้นก็เหมือนตรองจะเดาออกว่าเธอได้ยินมาจากที่ไหนอยู่ดี


(ปล. ฟิกนี้ผปค.ตรีช่วยกันแต่งกับผปค.ตรองสองคนฮ่ะ) 

*เอ็นทรีนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม "ทัศนศึกษาเมืองบลอดเวน" [CSBT] 
เป็นโครงการที่เกิดจากการร่วมเล่นกันในโอกาสพิเศษ ระหว่าง
 "โรงเรียนลูกบาศก์" กับ "เมืองบลอดเวน"

  blodwen
 
 
 
 
1. ชื่อจริง (ชื่อเล่น)
---> ราตริมณิ  จิตพิสุทธิ์ (ตรี)


 
2. เพศ / อายุ / ส่วนสูง
---> หญิง / 17 ปี / 167 ซม.


 
3. ประเภทผู้เข้าร่วม
---> นักเรียนชั้นม.5



4. ภาษาที่ใช้สื่อสารได้  
---> ภาษาไทย (ดีมาก)
---> ภาษาอังกฤษ (ดี)

 
 
5. ข้อมูลเรื่องสุขภาพ  
---> สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว



6. ความสามารถพิเศษ
 
---> ร้องเพลง , ชกมวย (ได้นิดหน่อย และป้องกันตัวพื้นฐานได้)



7. งานอดิเรก
---> - ทำกับข้าว
       - ทำงานบ้าน
       - อ่านหนังสือ (การ์ตูนกับนิยาย เน้น วาย(Yaoi)เป็นพิเศษ)
       - วาดรูป 
       - เล่นอินเตอร์เน็ท
       - เดินหาของเซลล์ (พวกของถูกและดีที่ลดกระหน่ำในแต่ละฤดูกาล)



8. อยากทำกิจกรรมอะไรที่เมืองบลอดเวนบ้าง 
---> ศึกษาและสัมผัสวัฒนธรรมต่างเมือง
---> หาัวัตถุดิบ(วาย(Yaoi))ในการจิ้น (imagine) 
---> ใช้เวลากับเพื่อน
---> ผูกมิตรกับชาวเมือง
---> วาดรูปบรรยากาศสวยๆ ในเมือง (สเก็ตดราฟไว้เพื่อแต่งฟิก - นิยาย)
---> ขึ้นบอลลูน! (ถ้าสามารถขออนุญาตขึ้นไปได้ ไม่มีพลาด!)
---> ชมดอก Cheryl !!
 
 
 
9. กายภาพของตัวละคร
  
 
*หน้าตา/รูปร่างของตัวละคร*


 
 
 
 
 
 
 

---> ผิวเนียนละเอียดสีผิวสีเหลืองนวลๆ ออกไปทางขาว
  
---> จมูกโด่ง (พอดีๆ ไม่โด่งมากมายถึงขนาดชาวยุโรป)
  
---> ปากเล็กๆ สีชมพูอ่อน

--- > รูปร่างหน้าตาโดยรวมเหมือนนางในวรรณคดีไทย
  
---> ผมสีดำสนิท ไม่ทำสี สไลด์ให้บางและพริ้ว (ตอนไปทัศนศึกษาส่วนใหญ่จะปล่อยผมเหมือนในรูปค่ะ) 

*หมายเหตุ * รูปด้านบนนี้ เป็นตัวอย่างสำหรับทรงผมเพียงเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับรูปร่างหน้าตาแต่อย่างใด

 

 

*การแต่งกาย(เมื่อมาที่เมืองบลอดเวน)*
 
     แต่งตัวเน้นเสื้อแขนยาวบางๆ ข้างใน(เวลาอยู่ในสถานที่ๆ ไม่หนาวมากนัก) กับ ยีนสกินนิ่ง บู๊ทหรือผ้าใบ แต่เวลาออกไปข้างนอกก็จะใส่เสื้อโค๊ตทับเสมอ  
     บางครั้งหากอากาศเย็นจัดก็อาจจะใส่หมวกไหมพรม 
     เวลาออกไปข้างนอกจะสะพายกระเป๋า(ที่ใส่ของกระจุกกระจิก เช่น สมุดสเกตภาพ ท็อกกิ้งดิก กระดาษซับมัน ฯลฯ)
 
 
 
   

  
 
  
 
 
 

 
 
10. ลักษณะนิสัยหลักๆ 


Keyword
---> นางในวรรณคดีที่ดูเรียบร้อย/ภายนอกนิ่งสงบ/บ่อน้ำตาตื้น/สาววาย(ประเภทไม่ออกนอกหน้าจนเหยื่อรู้ตัว)
 
 
รายละเอียดนิสัยพอสังเขป
---> ครั้งแรกที่เจอลักษณะภายนอกคือนางในวรรณคดีเหมือนกับหลุดออกมาจากภาพวาดที่ดูเรียบร้อย อ่อนหวาน
---> เป็นคนเก็บความรู้สึก ภายนอกดูเป็นคนที่เยือกเย็น แต่จริงๆ แล้วอารมณ์แปรปรวนลึกๆ 
---> เป็นพวกหวังดีต่อคนอื่นไปซะหมด เห็นคนเดือดร้อนเธอจะพุ่งเข้าไปช่วยทันที โดยไม่แม้แต่จะหยุดคิด

---> ไม่ใช่คนดูถูกคน ไม่แบ่งชนชั้น แค่ไม่ค่อยสนใจว่าใครจะคิดอย่างไรกับตัวเองเฉยๆ

--->  - ถ้าตรีสนใจอะไรเธอจะ 'จ้อง' ชนิดตาแทบไม่กระพริบ ตาเป็นประกาย แต่สีหน้านิ่งๆ ถ้าเป็นสิ่งของก็แล้วไป แต่ถ้าเป็นคน โดยเฉพาะคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อนอาจจะรู้สึกแปลกๆ ได้
---> หลงทิศกับสถานที่ใหม่ๆ ทำให้หลงทางได้ง่าย เวลาไปสถานที่แปลกๆ จึงมักจะพกเข็มทิศเอาไว้(พกเอาอุ่นใจ แม้จะ)
---> เป็นคนที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจสูงมาก และไม่ย่อท้อกับความยากลำบาก (เรียกอีกอย่างก็มีความดันทุรังสูง)


 
11. สิ่งที่ชอบ
---> การตื่นนอนตอนเช้าๆ มาสูดอากาศบริสุทธิ์ 
---> การ์ตูน
---> หนุ่มเกะน่ารักที่ดูบอบบางมากๆ 
--->โดจินชิ
---> สถานที่ที่ต้นไม้เยอะๆ 
---> การอยู่กับครอบครัว
 
 
12. สิ่งที่ไม่ชอบ
---> - กลัวผีเข้าไส้ (แต่ชอบดูหนังฆาตรกรรม) รีแอคหลังคิดว่าตัวเองเจอผี คือเข่าอ่อนล้มไปเลย ถ้ากลัวจัดๆ มากก็อาจจะร้องไห้ ตัวสั่นและพูดไม่ออก
  
---> ตุ๊กแก 
  
---> การถูกหักหลัง,ทรยศ
  
---> การสูญเสียสิ่งที่รัก
  
---> เวลาล่องแพ หรือ ล่องเรือ (ตอนเด็กเคยล่องแพแล้วแพแตก จนเกือบเอาชีวิตไม่รอด)



13. ข้อมูลอื่น ๆ ของตัวละคร
---> เ็ป็นพี่สาวคนโตที่ต้องดูแลน้องเพราะแม่ไม่ค่อยอยู่บ้าน ทำให้ความรับผิดชอบสูงและเผด็จการในบางเรื่อง
---> เป็นคนที่เข้ากับคนอื่นง่ายแต่สนิทกับคนอื่นยาก (สามารถคุยกับคนอื่นได้แต่ไม่ลงลึกเรื่องครอบครัวตัวเองมากนัก)
 ---> เป็นสาวน้อยที่ดูหวาน แต่เจ้าตัวไม่ได้หวานจัดขนาดหน้าตา และเซลฟ์พอสมควร
 
 
 
รายละเอียดเพิ่มเติม
 
14. เสียงจาก ผปค. (เจ้าของตัวละคร)
---> จริงๆ แล้วตามสโตรค BT มาพักใหญ่ๆ แล้วค่ะ (อยู่ห่างๆ อย่างชื่นชอบ) ยินดีที่ได้รู้จักทุกๆ คนนะคะ 
ฝากเนื้อฝากตัวและฝากลูกสาวด้วยนะคะ Surprised